Winter (冬)

ฤดูหนาว (冬)

ราวเดือน ธ.ค. – ต้นเดือน มี.ค. ของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่ต่างเฝ้ารอจะออกไปสัมผัสกับโลกอันหนาวเหน็บซึ่งแตกต่างจากบ้านเกิดเมืองนอนที่อากาศตลอดทั้งปีไม่แตกต่างกันสักเท่าไรนัก ดินแดนทางเหนืออย่างประเทศญี่ปุ่นจึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่หลายคนเตรียมแพ็คกระเป๋าข้ามน้ำข้ามทะเลไปสัมผัสกับทัศนียภาพและประสบการณ์ที่ไม่อาจหาได้ในเมืองไทย และเก็บไว้เป็นความทรงจำแสนพิเศษของเหมันตฤดูที่แท้จริง

มารู้จักกับพระเอกแห่งความหนาว “หิมะ” และ โฉมหน้าที่แท้จริงของหิมะกันสักนิด

สิ่งแรกที่นึกถึงเกี่ยวกับฤดูหนาว (冬 ฟุยุ) ในญี่ปุ่นก็ คือ “หิมะ” หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “ยุคิ” (雪) ผลึกน้ำแข็ง ที่เกิดจากก้อนเมฆแล้วตกลงมาย้อมสีประเทศญี่ปุ่นให้ขาวกระจ่างแทบจะทุกพื้นที่ (ยกเว้นแต่ในแถบโอะคินะวะ (沖縄県) ทางตอนใต้สุด ส่วนภูมิภาคคิวฌูก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศประจำปีนั้นๆ ) ได้นี้ก็เพราะลมหนาวจากประเทศรัสเซียและจีนที่พัดพาเอาความหนาวเย็นมา ในขณะที่ไอน้ำจากทะเลญี่ปุ่นได้ระเหยขึ้นไป เมื่อกระทบกับความเย็น ไอน้ำเหล่านั้นก็กลายเป็นผลึกน้ำแข็งเล็กๆ จนมีปริมาณมากขึ้นจึงตกลงมาเป็นหิมะ ส่วนใหญ่หิมะจะตกมากบนพื้นที่สูงอย่างบนภูเขา หรือที่ความสูงระดับ 5,000 เมตรขึ้นไปเหนือก้อนเมฆ อุณหภูมิจะติดลบถึง 30 – 40 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว ซึ่งถ้าหิมะตกบนภูเขาจะเรียกว่า ยะมะยุคิ (山雪) ส่วนหิมะที่ตกในพื้นที่ราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณริมชายฝั่งทะเล เรียกว่า ซะโตะยุคิ (里雪) โดยทั่วไปแล้ว หิมะจะตกมากบริเวณตอนกลางของญี่ปุ่นบนภูเขาด้านทิศตะวันตก เพราะเป็นด้านที่รับลมหนาวจากทางรัสเซียโดยตรง ส่วนด้านตะวันออก เนื่องจากตั้งอยู่ด้านหลังแนวเทือกเขาที่ช่วยปะทะลมหนาวไว้ได้ หิมะจึงตกไม่มากนัก นอกจากนี้ ขณะที่ฝั่งตะวันตกมีหิมะตก ฝั่งตะวันออกก็จะมีอากาศแห้งแทน

และในระหว่างที่หิมะตก ถ้าอุณหภูมิที่พื้นดินเป็นบวกและอุณหภูมิในอากาศเป็นศูนย์ หิมะที่ตกลงมาพอผ่านอากาศที่อุณหภูมิสูงขึ้น หิมะนั้นก็จะละลายกลายเป็นน้ำฝน แต่ถ้าหิมะละลายไปบางส่วน ก็จะกลายเป็นหิมะกับฝนตกลงมาปนกัน แบบนี้เรียกว่า มิโสะเระ (みぞれ) และในขณะที่มีพายุรุนแรง แล้วเกล็ดหิมะรวมตัวกันกลายเป็นผลึกน้ำแข็งก้อนใหญ่นั้นก็จะเรียกว่า อะระเระ (あられ) ซึ่งอะระเระที่มีขนาดใหญ่นั้น หากตกลงมา ก็จะทำให้กระจกแตก ทำให้ผู้คนได้รับบาดเจ็บ และทำให้ผลไม้เป็นรูพรุนเสียหายได้ สำหรับเกล็ดหิมะที่ปลิวชนกัน แต่ไม่รวมตัวเป็นผลึกจะเรียกว่า เซ็ปเป็น (雪片) หรือโดยทั่วไปเรียกว่า โบะตันยุคิ
(ぼたん雪)

ไฉนหิมะจึงดูขาวบริสุทธิ์ ความลับที่อยู่เบื้อง หลังนั้นก็คือ “การสะท้อนแสง” เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบกับสิ่งต่างๆ ความยาวของคลื่นจะแตกต่างกันไปตามแต่ละสี เนื่องจากหิมะนั้นสะท้อนความยาวของคลื่นสีได้ทั้งหมด เราจึงมองเห็นเป็นสีขาว ซึ่งหิมะแต่ละที่อาจดูขาวแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับ “อัตราส่วนของการสะท้อนแสง” อย่างหิมะที่เพิ่งตกใหม่ๆ ที่เรียกว่า ฌินเซะทซึ (新雪) จะมีอัตราการสะท้อนแสง 80-90% ทำให้เรามองเห็นเป็นสีขาวมาก ส่วนหิมะที่ตกนานแล้วนั้น อัตราการสะท้อนแสงก็จะลดลงเป็น 65-80% เพราะมีความสกปรกปนเปื้อนอยู่ ทำให้มองดูว่าความขาวลดลง

การเล่นสนุกกับหิมะ

ผลพวงจากหิมะจำนวนมากที่ตกลงมา ได้นำไปสู่กิจกรรมและกีฬาประจำฤดูหนาวประเภทต่างๆ เช่น สกี, สโนว์บอร์ด, เลื่อนหิมะ, ยุคินะเงะ (雪なげ การปั้นหิมะกลมๆ เป็นลูกบอลนำมาขว้างต่อสู้กัน) การสร้างกระท่อมหิมะที่เรียกว่า คะมะคุระ หรือปั้นเป็นตุ๊กตาหิมะ ยุคิดะรุมะ (雪だるま) เป็นต้น แม้ว่าในปัจจุบัน ลานสกีหลายแห่งจะมีการใช้เครื่องทำหิมะเทียมเพื่อให้สามารถเล่นสกีและสโนว์บอร์ดได้เกือบตลอดทั้งปีก็ตาม แต่คงไม่มีอะไรให้ความรู้สึกดีไปกว่าการได้โลดเล่นไปบนพื้นหิมะขาวละเอียดจากธรรมชาติเป็นแน่ นอกจากนี้ ความสนุกสนาน ในฤดูหนาวยังไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การละเล่นต่างๆ เท่านั้น ในหลายท้องที่ของประเทศยังมีการจัดงานเทศกาลเกี่ยวกับหิมะและน้ำแข็งด้วย เช่น เทศกาลฤดูหนาว ฟุยุ มะทซึริ (冬まつり) เทศกาลหิมะ ยุคิ มะทซึริ (雪まつり) และอีกมากมาย หรือการแสดงอิลูมิเนชั่นสุดอลังการตามสถานที่ต่างๆ

เติมพลังด้วยอาหารของฤดูหนาว

ดังคำกล่าวที่ว่า “กองทัพต้องเดินด้วยท้อง” ก่อนที่จะสูญเสียพลังงานไปกับกิจกรรมต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมาย แถมยังเหนื่อยง่ายเพราะอากาศที่หนาวเย็นจนเหงื่อแทบจะไม่ออก คงต้องมองหาอาหารมาเป็นเสบียงกันเสียก่อน ซึ่งหากเอ่ยถึงอาหารขึ้นชื่อในฤดูหนาวแล้วล่ะก็ ทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่นก็ล้วนแล้วแต่มีอาหารอร่อยเด็ดกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ด้วยวัตถุดิบคุณภาพดีเลิศ ทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และอาหารจากทะเลที่นำไปประกอบเป็นอาหารอะไรก็เป็นที่ติดอกติดใจกันทั่ว ซึ่งท่ามกลางอากาศหนาวเย็นที่ปกคลุมไปทั่วญี่ปุ่นนี้ อาหารประเภทหม้อไฟ โดยเฉพาะสูตรเด็ดประจำท้องถิ่นต่างๆ ก็ดูจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากที่สุด

ฤดูหนาวของญี่ปุ่นจึงเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่หากเปรียบกับอาหารสักมื้อแล้ว ก็คงจะเรียกได้ว่า “ครบทุกรส” และยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศเมืองร้อนอย่างเราด้วยแล้ว เกาะญี่ปุ่นในยามนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับโลกใบใหม่ที่รอให้เราก้าวเข้าไปสัมผัส และรู้ซึ้งถึงเสน่ห์อีกด้านของแดนอาทิตย์อุทัยที่ไม่ได้ร้อนแรงอย่างลูกพระอาทิตย์ แต่ กลับหนาวเย็นและงดงามราวกับประติมากรรมหิมะบนท้องทะเล……

© ลิขสิทธิ์จากหนังสือ japan world mook series

อ่านต่อรายละเอียดมากมายในเล่มนี้

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *